กฏหมายประกันสังคมที่เราต้องรู้
ด้วยปัจจุบัน ทั้งระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานของสำนักงานประกันสังคม มีลักษณะเอาเปรียบผู้ประกันตนอย่างมาก โดยมีความไม่เป็นธรรมมากมาย ได้แก่
 
1. เงินสะสมถึงสะสมมานานเป็นสิบปี อาจเป็นเงินหลายแสน แต่อายุไม่ถึง 55 ก็เบิกไม่ได้
2. หากสะสมเกิน 15 ปี หรือ 180 งวด กลับเบิกไม่ได้ ต้องเบิกเป็นบำนาญรายเดือนเท่านั้นและให้น้อย ทั้งที่ผู้ออกจากสมาชิกประกันสังคมอาจจำเป็นต้องใช้เงิน และเป็นเงินของผู้ประกันตนและนายจ้างร่วมกันออก
3. เงินสะสมหากไม่ขอคืนระหว่างอายุ 55 พออายุ 56 ก็จะขอคืนไม่ได้อีกเลย
4. เงินสะสมหากไม่มีทายาทจะถูกยึด และไม่สามารถเขียนมอบให้ใครก่อนเสียชีวิตได้
5. เงินสะสมส่วนที่นายจ้างออกให้ หากประกันสังคมไม่ครบปี จะถูกยึด
6. ตกงาน ประกันตนเองตามมาตรา 39 ต้องจ่ายเดือนละ 432 บาท เพราะยังต้องชำระเงินสะสมอีกเดือนละ 288 บาท และนับงวดด้วยทำให้เข้าข่ายข้อ 2 ได้ง่ายขึ้น และยังต้องส่งไปจนตาย มิฉะนั้นจะใช้สิทธิ์ไม่ได้ ทั้งที่แก่และไม่ทำงานแล้ว
7. ประกันตนเองตามมาตรา 39 ไม่มีสิทธิขอรับบำนาญรายเดือน ต้องเสี่ยงลาออกประกันตนเองเพื่อรับบำนาญ จนเคยมีสมาชิกที่เกษียณไม่กล้าขอรับบำนาญรายเดือน เพราะสุขภาพไม่ดี
8. ประกันตนเองตามมาตรา 39 ทำให้การคำนวณบำนาญรายเดือนตัวเลขลดลงมาก เพราะถือว่าฐานเงินเดือนในห้าปีสุดท้ายเหลือเพียง 4,800 บาท แม้ในอดีตจ่ายประกันสังคมสูงมานาน แทนที่จะได้เดือนละราว 3,000 บาท เหลือบำนาญรายเดือนเพียง 960 บาท
9. รับบำนาญ หากตายภายใน 5 ปี ทายาทได้เพียง 10 เท่าเงินบำนาญแต่ละเดือน ที่น้อยกว่าเงินสะสมที่ถูกยึดไป และหากตายหลัง 5 ปี จะไม่ได้เลย
10. ผู้สูงอายุประกันตนเองตามมาตรา 40 ราวสองล้านคน อาจจะไม่ได้สิทธิตามที่โฆษณา และแห่กันไปสมัคร
11. รัฐบาลเบี้ยวไม่จ่ายเงินสมทบเท่านายจ้าง (ออกกฏหมายให้จ่ายน้อยลงมาก แถมจ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง)
12. เจ้าของกิจการ, ทายาท, ผู้ถือหุ้น หรือแม้กระทั่งผู้ประกันตนที่มีญาติสนิทเป็นเจ้าของกิจการ ที่จ่ายเงินประกันสังคม พอเวลาใช้สิทธิ์เบิก ประกันสังคมอ้างว่าถือเป็นนายจ้าง ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ แถมจะคืนเงินที่ชำระไปแล้วเพียงราว 70 %
13. คุณภาพการรักษา, สิทธิรักษาพยาบาลบางอย่าง เช่น ทำฟัน ฯลฯ ได้แค่เท่าและบางทีน้อยกว่าบัตรทองที่รัฐบาลให้ฟรี
14. ลาออกจากงานเบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ได้แค่ 30% เงินเดือน และได้แค่ 3 เดือนต่อปี ทั้งที่หักเงินเดือนผู้ประกันตนทั้งประเทศ 0.5% นายจ้างสมทบอีก 0.5% และรัฐบาลสมทบ(บางครั้ง)เพื่อร่วมสมทบเป็นกองทุนช่วยผู้ว่างงาน รวมเป็นเงินมหาศาล
15. กรณีว่างงานเมื่อผู้ประกันตนไปขึ้นทะเบียนเกิน 30 วันเงินทดแทนจะลดลงไปตามวันที่ไปขึ้นทะเบียนล่าช้าแทนที่จะได้ 90 วัน ก็จะได้ไม่ครบเงิน ทำให้ถูกตัดเงินไปกันไม่น้อย
16. เมื่อขาดจากการเป็นสมาชิกแล้ว การกลับเข้าประกันสังคมใหม่ ไม่นับวันเวลาสมาชิกครั้งเก่าให้เลย ทั้งที่บางคนเคยชำระประกันสังคมมานานหลายสิบปี ควรมีลดหย่อนไม่ใช่นับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
17. ประกันตนเองตามมาตรา 39 หากขาดชำระติดต่อกันสามเดือนหรือหนึ่งปีชำระไม่ครบเก้าเดือน จะขาดสมาชิกภาพทันที ทั้งที่บางคนมีเงินสะสมกับประกันสังคมนับแสนแต่ลืมส่ง แถมเจ้าหน้าที่มีการนับส่งไม่ครบเก้าเดือนในหนึ่งปีโดยไม่ดูหนึ่งปีตามปีปฏิทิน (คือเริ่มนับเดือนใดก็ได้ ซึ่งผู้ประกันตนก็นึกไม่ถึง)
18. เงินสงเคราะห์ผู้ประกันตนที่เสียชีวิต ประกันสังคมไม่ยอมจ่ายให้กับบิดาหากบิดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดา ทั้งที่มารดาเสียชีวิตแล้ว หรือกรณีบิดามารดาหย่ากัน ประกันสังคมยืนยันจะจ่ายให้ทั้งสองฝ่ายเท่ากันทั้งที่บิดาไม่เคยดูแลหรืออยู่กับผู้ประกันตนเลย และหาตัวไม่พบแล้ว (ควรให้ผู้ประกันตนระบุผู้รับประโยชน์จากสิทธิประกันสังคม แบบเดียวกับประกันชีวิตได้แล้ว ล่าสุดมีแบบฟอร์มแล้ว แต่ประกันสังคมไม่ให้ต้องส่งให้เก็บไว้เอง แล้วจะป้องกันการปลอมหลักฐานรับเงินแทนได้หรือ?)
19. คณะกรรมการประกันสังคม ที่มาจากตัวแทนรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง ฝ่ายละ 5 คน มาจากการแต่งตั้ง บางคนอยู่ในวาระเกินกฏหมายกำหนด ทั้งที่ต้องดูแลผลประโยชน์ผู้ประกันตนกว่าสิบล้านคนและเงินกว่าล้านล้านบาท มีผู้ศึกษาว่าระเบียบการนำเงินไปลงทุนและการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน ไม่โปร่งใส หละหลวมด้วย
  ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขทั้งกฏหมาย และวิธีการปฏิบัติงานของสำนักงานประกันสังคมโดยเร็วในทุกประเด็น เพื่อให้สำนักงานประกันสังคมเป็นที่พึ่งของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง และมีความโปร่งใส มีความมั่นคงตลอดไป และผู้มีรายชื่อร่วมรณรงค์นี้ ขอให้ส่งต่อความต้องการของพวกเราไปยัง คสช. และรัฐบาลด้วย
 
ที่มา https://www.change.org